|
Page 2 of 2
 
คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ
คำกล่าวโดย ฯพณฯ ตุลาการ รอสลิน ฮิกกิ้นส์
ประธานศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ
พระไตรปิฎกพระราชทาน
12 ตุลาคม พ.ศ. 2550
  
ฯพณฯ เอกอัครราชทูต สุจิตรา หิรัญพฤกษ์
ท่านวิรัช ลิ้มวิชัย ประธานศาลรัฐธรรมนูญและประธานศาลฎีกา
ในนามของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ, ข้าพเจ้าขอขอบคุณท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญสำหรับ “พระไตรปิฎกสากล” ซึ่งได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา. เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับหนังสือที่น่าประทับใจชุดนี้ ขอขอบคุณสำหรับคำกล่าวของท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญ และพระดำรัส
หนังสือชุด 80 เล่มนี้ ได้จัดพิมพ์โดยกองทุนสนทนาธัมม์นำสุขฯ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ฯ. การจัดพิมพ์ได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดและจะมีการเผยแผ่โดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายสนทนาธัมม์นำสุขต่อไป. ด้วยเหตุนี้ เราจึงได้ประจักษ์ถึงเทคโนโลยีอันทันสมัยซึ่งได้นำมาใช้ตามปณิธานแห่งสันติสุข
ข้าพเจ้าได้รับทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นสถาบันแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับพระราชทานพระไตรปิฎกสากลชุดนี้. วันนี้เรารู้สึกยินดีที่ได้พบท่านประธานศาลรัฐธรรมนูญ วิรัช ลิ้มวิชัย และตุลาการรัฐธรรมนูญในคณะของท่าน จากศาลรัฐธรรมนูญและศาลฎีกา. การติดต่อกับศาลยุติธรรมแห่งชาติระดับสูงมีความสำคัญยิ่งแก่เรา. ในปี พ.ศ. 2546 เรามีความยินดีที่ได้ต้อนรับผู้บริหาร 60 ท่าน จากศาลปกครอง กระทรวงยุติธรรมจากประเทศไทย ซึ่งได้มาเยือนศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ และได้สนทนากันเกี่ยวกับงานของศาลยุติธรรม.
ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศวินิจฉัยกฎหมายระหว่างประเทศ และศาลยุติธรรมแห่งชาติก็วินิจฉัยกฎหมายในประเทศ, อย่างไรก็ตามการแบ่งงานด้านกฎหมายเช่นนี้มิได้ง่ายดายเสมือนที่จะเป็น. ระบบกฎหมายของท่านเป็นส่วนหนึ่งการวินิจฉัยในระบบตุลาการของเราภายใต้มาตรา 38(1)(d) ของตัวบทกฎหมาย, ซึ่งเกี่ยวข้องกับที่มาของกฎหมายระหว่างประเทศ. ในบางส่วนของกฎหมายระหว่างประเทศ, เช่น ผู้มีอำนาจในการตัดสินคดีทางกฎหมายและการยกเว้นของรัฐ การรับเรื่องต่างๆ ของศาลยุติธรรมแห่งชาตินับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง
ดังที่เราได้ทราบว่าพระไตรปิฎกสากลเป็นของพระราชทานเพื่อปัญญาและสันติสุขจากประชาชนชาวไทย. ในฐานะที่ศาลยุติรรมระหว่างประเทศเป็นองค์กรหลักด้านตุลาการขององค์การสหประชาชาติ, องค์กรด้านตุลาการนี้ได้ทำงานตลอดมาเพื่ออุทิศแก่เหตุแห่งสันติภาพ. ความคิดในการก่อตั้งศาลยุติธรรมระหว่างประเทศกำเนิดขึ้นเมื่อ 100 ปี มาแล้ว จากการประชุมสันติภาพแห่งกรุงเฮก. ความปรารถนาของนานาชาติคือความต้องการนำข้อขัดแย้งให้ยุติอย่างสันติแทนการก่อสงครามระหว่างกัน. ภายใต้กฎบัตรแห่งสหประชาชาติ, ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศมีอำนาจในการรักษาสันติภาพและความมั่นคงโดยการยุติข้อขัดแย้งทางกฎหมายตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ. เราได้ยึดมั่นที่จะป้องกันในความเคารพในกฎหมายระหว่างประเทศและส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างชาติในทางสันติสุข, เราจึงมีความยินดีที่ได้รับพระราชทานสิ่งนี้แก่เราตามปณิธานแห่งสันติดังกล่าว
พระไตรปิฎกสากลชุดนี้ได้เป็นเครื่องระลึกถึงความสัมพันธ์ของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศกับประเทศไทยโดยเฉพาะ, และกับภูมิภาคในเอเชียโดยทั่วไปด้วย. ภายหลังที่ได้มีการสถาปนาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ, เราได้รับข้อขัดแย้ง 13 เรื่องเกี่ยวกับประเทศต่างๆ ในเอเชีย. ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศรู้สึกพอใจที่ได้พบว่าประเทศต่างๆ ในเอเชียได้หันมาหาเราเพื่อยุติข้อขัดแย้งทางกฎหมายมากขึ้น, และบางครั้งได้นำเรื่องต่างๆ มาที่เราด้วยวิธีการพิเศษ. การพิจารณาเรื่องที่ได้ส่งเข้ามาระหว่างประเทศมาเลเซียและประเทศสิงคโปรค์จะได้เริ่มขึ้นในเดือนหน้า. การให้ความสนใจแก่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศของประเทศไทยด้วยการมอบของพระราชทานที่สำคัญนี้เป็นการนำความรู้สึกที่ซาบซึ้งให้เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง. หนังสือพระราชทานชุดนี้จะได้นำไปตั้งแสดงในสถานที่สำคัญของศาลโลกซึ่งบุคคลทั้งหลายสามารถชื่นชมได้.
ข้าพเจ้าขอขอบคุณท่านอีกครั้งหนึ่งสำหรับการมอบของพระราชทานแก่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว.
Tipiṭaka Documentary 2007
First streaming online : November 10, 2007
คำกล่าวของ ฯพณฯ เอกอัคราชทูต ณ กรุงเฮก
หลังการประดิษฐานพระไตรปิฎกสากล ณ ศาลโลกที่พระราชวังแห่งสันติ
ในงานรับประทานอาหารเพื่อเป็นเกียรติแด่ ฯพณฯ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ
จัดโดย สมาชิกกองทุนสนทนาธัมม์นำสุขฯ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ฯ แห่งประเทศไทย ศรีลังกา สวีเดน และเนเธอแลนด์
โรงแรม Carlton Ambassador กรุงเฮก
12 ตุลาคม พ.ศ. 2550
|